เกษตรกร จ.อุบลฯ ปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ ไม่พึ่งปุ๋ยเคมี ถือเป็นทางรอด วิกฤตพลังงานจากประเทศตะวันออกกลาง
นางหนูนา หลวงไชย ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์กลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง 2 เกษตรกรต้นแบบในโครงการอุบลโมเดลพลัส เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคาปุ๋ยเคมี
มีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการปลูกพืชเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทางเกษตรอินทรีย์จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น เมื่อก่อนพึ่งปุ๋ยเคมีค่อนข้างมาก พอราคาปุ๋ยขึ้นก็ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที แต่พอสมัครเข้าโครงการมันอินทรีย์ มาตั้งแต่ปี 2562 สามารถควบคุมต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ด้วยการใช้ปัจจัยสำคัญคือวัสดุปรับปรุงดิน และปุ๋ยชีวภาพ ทำให้ดินดีขึ้น ต้นมันแข็งแรง ผลผลิตดีขึ้น ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องต้นทุน รวมถึงเรื่องสุขภาพของชาวเกษตรกรได้
การใช้เทคโนโลยีชีวภาพดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการปลูก เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพผลผลิตมันสำปะหลังให้ตอบโจทย์ตลาด ขณะเดียวกันความต้องการมันสำปะหลังอินทรีย์ ในตลาดอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ชีวภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีแผนขยายพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัดอุบลราชธานีเป็น ไม่น้อยกว่า 50,000 ไร่ ในอนาคต
สำหรับ ในช่วงที่ราคาปุ๋ยเคมีมีความผันผวนสูง การพัฒนาระบบเกษตรอินทรีย์ และการฟื้นฟูดินตามธรรมชาติ จะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ พร้อมทั้งช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรในระยะยาว
****************************
กรกช ภูมี สวท.อุบลฯ
รายงาน 16 มี.ค.69